โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนในเขตที่ลุ่มอิงได้เข้าถึงข้อมูลการพัฒนาที่ลุ่ม

จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมความมั่นคงที่เกิดขึ้นกว่า2 ทศวรรษ บ่งบอกถึงถึงพลังที่อดทนของชุมชนแคว้นกับการมีส่วนร่วมสำหรับในการจัดแจงทรัพยากร ดิน น้ำป่า รวมทั้งนิเวศวัฒนธรรม ในเขตที่ลุ่มอิง เป็นวิธีการที่มนุษย์ปรับนิสัยให้อยู่กับภูมิทัศน์ที่มีการเปลี่ยนอย่างเป็นพลวัตตามฤดูกาล

แล้วก็จากแนวนโยบายการพัฒนาที่เกิดขึ้นในด้านต่างๆมีการทำงานด้วยกันของภาคส่วนต่างๆในเขตที่ลุ่มอิง ที่มีภาคพลเมือง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาครัฐ วิชาการ รวมทั้งภาคประชากรสังคม กำเนิดกรรมวิธีร่วมมือ พร้อมกันกับการผลิตกลไกกระจายอิทธิพลสำหรับการจัดแจงเขตที่ลุ่มรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับระบบนิเวศของแต่ละเขตที่ลุ่ม เพื่อมีการมีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการตกลงใจจากด้านล่างขึ้นสู่บน

ที่ประชุมพลเมืองเขตที่ลุ่มอิง ประชาชน ภาคประชาชนสังคมในที่ลุ่มอิง และก็ภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวได้มองเห็นจุดสำคัญของการเข้ามามีส่วนร่วมสำหรับการจัดแจงภูมิทัศน์แถบที่ลุ่มอิง ด้วยมีเป้าหมายที่ด้วยกันดูแลเพื่อกำเนิดความสมดุลของการใช้ผลดีที่ดินแล้วก็ฐานทรัพยากรชีวภาพในด้านต่างๆอยู่บนเบื้องต้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนในเขตที่ลุ่มอิง ได้เข้าถึงข้อมูลการพัฒนาที่ลุ่ม แล้วก็มีกลไกสำหรับการติดต่อ ติดตามเหตุการณ์ กำเนิดเป็นความร่วมมือ สร้างแนวทางการมีส่วนร่วมสำหรับการตกลงใจในการพัฒนาที่จะมีการเปลี่ยนต่อระบบนิเวศแล้วก็วิถีคนเขตที่ลุ่มอิง

เพื่อเป็นการส่งต่อความหวังดี ให้แม่น้ำอิง ให้อยู่อย่าง ยืนยง ผ่านสิ่งที่เป็นรูปธรรมการจัดการทรัพยากรแถบที่ลุ่มอิงอย่างบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนแคว้นรวมทั้งภาคส่วนต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ความยั่งยืนและมั่นคง สมดุล อย่างมีธรรมาภิบาล ก็เลยได้ด้วยกันปรับปรุงแผนที่มีความสำคัญในการรบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในแถบที่ลุ่มอิงอย่างบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนแคว้นและก็ภาคประชากรสังคม พร้อมกันกับการนำจุดมุ่งหมายของการพัฒนาที่จีรังยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้งยัง ๑๗ จุดหมาย ส่งผลให้เกิดการประสบผลสำเร็จการพัฒนาที่ยืนยงในทุกมิติ ทั้งยังมิติทางสังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม ธรรมาภิบาล สามารถนำมาซึ่งการกระทำได้จริง รวมทั้งสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยืนยง

2 เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันพื้นที่เปียกน้ำโลก นับว่าเป็นวันสำคัญสำหรับการแสดงเจตจำนงรมณ์สำหรับเพื่อการป้องกันแม่น้ำอิง ที่ประชุมพสกนิกรเขตที่ลุ่มอิง ชุมชนที่ลุ่มอิง ภาคประชากรสังคม สาขาวิชาการ รวมทั้งภาครัฐอีกทั้งแคว้นรวมทั้งหน่วยงานระดับจังหวัด ได้มองเห็นจุดสำคัญสำหรับเพื่อการปกปักรักษา รักษาและก็ฟื้นฟู ฐานทรัพยากรในแถบที่ลุ่มอิงโดยยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่เปียกแฉะน้ำ ก็เลยได้ด้วยกันจัดงาน Wetland we care เนื่องวันพื้นที่เปียกน้ำโลก เพื่อประกาศจุดหมายและก็ส่งความกังวลต่อพื้นที่เปียกน้ำในที่ลุ่มอิง ร่วมแสดงพลังแล้วก็ความตั้งใจสำหรับเพื่อการส่งเสริมให้มีการขึ้นบัญชีพื้นที่เปียกแฉะน้ำ ให้ได้รับการป้องกันภายใต้ข้อจำกัดของอนุสัญญาแรมซ่าร์

เพราะว่าแม่น้ำอิงเป็นแม่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนเรากว่า 200,000 คนตลอดสายน้ำที่ไหลผ่าน
เนื่องจากพื้นที่เปียกน้ำแถบที่ลุ่มอิงเป็นมดลูกของแม่น้ำอิงแล้วก็แม่น้ำโขง ปฏิบัติภารกิจสำหรับเพื่อการดูแลความสมดุลรวมทั้งก่อให้เกิดความมากมายหลากหลายทาง ชีวภาพ ของระบบนิเวศเขตที่ลุ่ม
เนื่องจากป่าเปียกแฉะน้ำเป็นความยั่งยืนและมั่นคงทางของกินและก็เศรษฐกิจของชุมชน
ด้วยเหตุว่าป่าเปียกน้ำเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ทำให้พวกเราทุกคนบนโลกได้ใช้อากาศบริสุทธิ์ด้วยกัน
เพราะฉะนี้ พวกเราก็เลยหวังดี จะด้วยกันรักษาไว้เป็นมรดกทางธรรมชาติให้บุตรหลาน